Monthly Archive: August 2022

รหัสเปิด และรหัสปิดในเกมกลกรรม

 ในช่วงเวลาของชีวิตที่เป็นไปตามเกมกลกรรมข้อที่หนึ่งคือกฏแห่งกรรม อันเป็นการปล่อยชีวิตไปตามปกติ โดยที่ไม่มีตัวรู้มาช่วยบริหารจัดการกรรมใดๆทั้งสิ้น เรื่องของรหัสเปิด รหัสปิดจึงเกิดขึ้นได้โดยเราไม่รู้ตัว หากเราไปทำกิจใดที่ศักดิ์สิทธิที่ตรงกับสัญญากรรมเข้าอาจโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ดี โดยส่วนใหญ่ทำไปตามปกติไม่มีตัวรู้ว่าเป็นรหัสเปิด หรือรหัสปิด หากทำถูกโฉลกชีวิตก็จะดีขึ้น หากทำผิดไปจากสัญญากรรมชีวิตก็จะมีปัญหาได้ การที่เรามีความรู้ในเรื่องของเกมกลกรรมจะทำให้เรารู้จักเปิดรหัสเปิด หรือรู้ว่าการใด กิจใด เวลาใด กับใครอย่างไรจึงจะเป็นระหัสเปิด ใด กิจใด เวลาใด กับใครอย่างไรจึงจะเป็นรหัสปิด เราจึงต้องมีความเข้าใจในเรื่องของรหัสกรรมบ้าง ดังนี้           รหัสกรรม               “ เป็นความถึงพร้อมของตัวเรา   ที่จะบริหารกรรมของเราเอง” มีทั้งหมด ๔ ข้อได้แก่                ๑.   คลื่นกรรม หรือพลังกรรม               เราต้องรู้ว่ากรรมของเรานั้น มีทั้งกรรมดีและกรรมชั่วสั่งสมมานับไม่ถ้วนชาติ เมื่อมาเกิดในภพชาติใหม่ การที่จะให้ชีวิตราบรื่นมีแต่ความสุขอย่างเดียวจึงเป็นไปไม่ได้...

หัวใจเกมกลกรรม รักเบียดเบียนกรรม บุญเบียดเบียนบาป

เรื่องทำบุญเบียดเบียนกรรมถือว่าเป็นหัวใจของการบริหารกรรมในเกมกลกรรมในอภิธรรมเรียกว่า อุปปีฬิกกรรม เรียกว่าบุญกับบาปนั้นเบียดเบียนกันได้ ใครที่กำลังอยู่ในช่วงรับบุญแต่กลับก่อกรรมทำเข็ญช่วงเวลารับบุญก็จะกลับถูกบาปเบียดเบียนบุญอาจหมดวาระเร็วขึ้นกว่าปกติได้ ในขณะเดียวกันคนที่อยู่ในวาระกรรมหรือบางคนอยู่ในช่วงอาญากรรม กำลังถูกครุกรรมรุมเร้า แต่หากมีตัวรู้แจ้งแทงตลอดด้วยปัญญา รู้จักทำบุญที่ตรงกับหนี้กรรมมาเบียดเบียนครุกรรม ครุกรรมก็จะกลับกลายเป็นกรรมธรรมดา และหากรู้มากพอ ปฏิบัติกิจได้ตามสัญญากรรมชีวิตก็สามารถที่จะตอบโต้ตีกลับจากอาญากรรมเข้าสู่รางวัลชีวิตได้อย่างปาฏิหาริย์ แต่บุญอะไรจึงจะสามารถปะทะครุกรรมได้ จริงๆแล้วเราคงต้องทำบุญที่ตรงกับหนี้กรรม กับมหาบุญมหาทาน นั้นจึงเป็นสิ่งแรกจึงจะปะทะกับครุกรรมได้ และยิ่งหากปฏิบัติกิจได้ตามพรหมลิขิตรางวัลชีวิตคงอยู่แค่เอื้อม     แล้วบุญอะไรที่เป็นบุญที่ตรงกับหนี้กรรม คำตอบนี้คงตอบได้ดีที่สุดในองค์ฌาน องค์ญาณ แต่หากเราไม่มีองค์ญาณระดับรู้อดีตชาติแล้วถือว่าชีวิตต้องปิดทางแก้นั้นคงไม่ใช่ ถึงแม้เราจะยังไม่ได้ญาณหยั่งรู้อดีต รู้ชาตภพ แต่มหาทาน มหาบุญ รวมทั้งความรักระดับอัปมัญญาพรหม จะสามารถปะทะกับครุกรรมได้ การเป็นเจ้าภาพผ้าป่า เจ้าภาพองค์กฐิณ การที่เรามีจิตศรัทธาบำเพ็ญพียรพยายามสนับสนุนกลุ่มคนที่มีกงเกวียนกรรมเกวียนกรรมเก่าเกี่ยวเก่า กับตัวเรา คนบางคนทำบุญมาตลอดชีวิต แต่สุดท้ายชีวิตก็ไปไม่ถึงไหน หากการทำบุญนั้นไม่ตรงกับสัญญากรรม หรือชนกกรรมหรือหนี้กรรมของคุณ...

รหัสเวร ๔

”เป็นการประกอบกิจกรรมที่ถูกกิจกับบุคคล ที่สอดคล้องกับสัญญากรรม ณ.สถานที่ และในช่วงเวลาที่เหมาะสม”         ทั้งนี้รหัสเวร๔ สามารถก่อให้เกิดเหตุการณ์ทั้งทางดี และไม่ดีได้ ดังนี้คือ๑.   ถูกกาลเวลา จังหวะต้องเหมาะสม๒.   ต้องถูกสถานที่ แต่ละที่จะมีทั้งชีวปราณ และเคมีปราณของผู้มาเยือน ยิ่งถ้าหากบุคคลเหล่านั้นมีกรรมสัมพันธ์กับเรามากเท่าไร ก็ยิ่งที่จะมีผลกับรหัสเวรของเรามากขึ้นเท่านั้น๓.  ต้องถูกเหตุการณ์ กิจกรรม พิธีกรรมโอกาส จังหวะ และวิธีการ รู้จักเปิดรหัส เพื่อนำรหัสนั้นไปเล่นเกมกลกรรม และแก้ไขกลไกกรรม๔.   บุคคลที่เกี่ยวข้องในกิจนั้น มีกรรมสัมพันธ์กับเราในกลไกกรรมทั้งที่เป็นคน รวมทั้งที่เป็นสัตว์ด้วย

ความรัก ๓ ระดับ

หากเราพูดถึงคำว่าบุพเพสันนิวาส หลายคนก็อาจจะคุ้นชินกับคำในเนื้อเพลงซึ่งมักจะร้องกันอยู่ทั่วไปตามงานแต่งงาน  หลายคนเข้าใจว่า บุพเพสันนิวาสคือคู่รักที่ชอบพอกัน แล้วมีโอกาสได้แต่งงานกันอย่างมีความสุข  ในขณะเดียวกันก็ได้วาดภาพความฝันไว้สวยหรูว่าชีวิตคู่นั้นจะต้องมีความสุขและสมหวังในทุกๆเรื่อง  ซึ่งอาจจะถูกต้องแต่ก็อาจจะยังถูกไม่ทั้งหมด เนื่องจากความรักเป็นลักษณะของอารมณ์ในเบื้องต้น แต่ยังมีความจริงที่แอบแฝงอยู่ในสัจธรรม  นั่นก็คือมีสิ่งที่อยู่เหนือสามัญวิสัย แอบแฝง ซ่อนเร้น และปิดบังอำพรางความรักของเราไว้   ในที่นี้เราสามารถกล่าวได้ว่า สิ่งที่อยู่เหนือสามัญวิสัยนั้นคือ “พรหมลิขิต” ซึ่งจะคอยลิขิตและกำกับให้ชีวิตคู่ของแต่ละคนนั้น ประสบความสำเร็จหรือบางครั้งก็ล้มเหลว บ้างผิดหวัง บ้างอกหัก บ้างก็บ้านแตก สาแหรกขาด ซึ่งถ้าเราสามารถศึกษาหาความรู้ และทำความเข้าใจในเรื่องของบุพเพสันนิวาส ในแง่มุมของสัจธรรมให้กระจ่างชัดขึ้นแล้ว ก็จะทำให้เรื่องของการมี “บ้านเล็กบ้านน้อย” จนเกิดปัญหา “บ้านแตก” นั้นคงจะลดลงได้ไม่น้อยทีเดียว                              ความรักนั้นไม่มีขอบเขต ไม่มีพรหมแดน และไม่มีศาสนา...

กรรมเก็บกดสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังความรุนแรง และวิบากกรรม

กรรมเก็บกดในเพลง ๒๗ ตัว ก. นั้นก็คือ  กฎเกินเกณฑ์     เกณฑ์เกินกฎ    เกณฑ์เกินกรรม    กรรมเกินเกณฑ์    กรรมเกินกฎ   กฎเกินกรรม   กฏเกณฑ์กรรม    เกินกำกับ    กรรมเก็บกด อันอาจเป็นเหตุก่อให้เกิดการแสดงออกทางพฤติกรรมต่อสังคมด้วยความรุนแรง หรือก่อให้เกิดเป็นปัญหาทางวิบากกรรมที่เราเรียกว่า สอบตก อกหัก หลักลอย คอยงาน สังขารโทรม หรือ วิบัติ ๔ หรือภาวะเสื่อมลาภ เสื่อมยศ ถูกนินทา และทุกข์ในโลกธรรม ๘ ได้  ทั้งนี้เกิดจากภาคการปฏิบัติของเรา กับ กรรมหรือจริตที่มี ตลอดจนกาลเวลา ขาดความสมดุลสอดคล้องกัน อาจด้วยการปฏิบัติทางกายภายนอก และภาควิญญาณพิเศษข้างใน หรือเรียกว่าภาคพฤติกรรม และภาควิบากกรรมไม่สอดคล้องกันได้แก่...

ชีวิตที่ต้องโต้คลื่นพลังกรรม

เป็นเรื่องจริงที่ว่าคนที่มีความพิเศษข้างใน หรือคนที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยกำกับดูแลชีวิต ซึ่งอาจเป็นคุณหรือใครก็ได้โดยที่คุณอาจไม่รู้ตัว เราอาจเคยเป็นคนที่ให้คำมั่นสัญญากับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนที่จะมาเกิดโดยที่เราไม่ทราบมาก่อน  เมื่อกาลเวลาที่กำหนดมาถึง เพื่อให้คนๆนั้นปฏิบัติตามสัญญากรรมที่ได้เคยสัญญาไว้ นั่นคือถึงเวลาที่กำหนดในกฏแห่งกรรม หากสัญญากรรมของใครยังไม่ถูกปฏิบัติ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่กำกับดูแลชีวิตเรา ที่เคยช่วยเรามาตลอดก็จะวางอุเบกขา และปล่อยให้เป็นกาลของเจ้ากรรมนายเวรของแต่ละคนแสดงออกบ้าง ทั้งทางด้านการงาน การเงิน สุขภาพ ครอบครัวและ ความรัก ซึ่งเรียกว่าชีวิตพบกับวิบัติหรือนั่นคือชีวิตต้องเผชิญกับครุกรรม เพราะฉะนั้นการเข้าถึงฐานแห่งกรรมในกรรมฐาน จึงมีส่วนสำคัญที่จะทำให้เรารู้เท่าทันพรหมลิขิตของเรา บางคนป่วยเป็นโรคร้ายเสียชีวิตก่อนเวลาอันสมควร ที่เราเรียกว่าชะตาขาด ซึ่งแท้จริงแล้วคนๆนั้นยังสามารถแก้ไขต่ออายุได้ด้วยการแก้“ทางใน” โดยการบริหารกรรม  ยกเว้นคนที่หมดอายุไขย เรียกว่าจะต้องตายจริง ลักษณะนี้แก้ยังไงก็คงแก้ไม่ได้ ส่วนการแก้ครุกรรมหรือกรรมหนักนั้น  ทำได้โดยการเร่งปฏิบัติตน ตามสัญญากรรมโดยเร็วที่สุด  เราจำเป็นต้องรู้ให้ได้ว่า สัญญากรรมของเราคืออะไร และจะต้องปฏิบัติให้ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ...

เกมกลกรรม

เกมกลกรรม            เป็นการเล่นเกมกับกรรมที่มาถึงในแต่ละช่วงของกาลเวลา โดยที่เราเล่นเกมกับกฎแห่งกรรมที่จะมาถึงในอนาคตอย่างรู้เท่าทัน  แล้วนำไปบริหารใช้ในกลไกกรรม ซึ่งเราต้องยอมรับและต้องเข้าใจในสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น รวมทั้งผลกระทบและผลข้างเคียง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเรานำมาใช้ในกงเกวียนกำเกวียน กรรมเก่าเกี่ยวเก่า , บุพกรรม, หรือบุพเพสันนิวาส เราจะต้องมีความเพียร และจะต้องมีความอดทนในการเผชิญปัญหาต่างๆที่จะเกินขึ้น ขณะที่เรากำลังเล่นอยู่กับเกมกลกรรมนั้นๆ  สิ่งสำคัญที่สุดคือเราจะต้องมีตัวรู้  พร้อมกับการมีสติและมีจิตตั้งมั่น ในการบริหารทิศทั้ง ๖ ด้วย อิทธิบาทธรรม ๔ ดังนั้นเมื่อเรารู้ถึงกลไกกรรม ชนกกรรมหรือเหตุแต่กรรมที่ได้ทำมาครั้งอดีตชาติแล้ว เราก็จะสามารถที่จะบริหารกลไกกรรมของเราได้พร้อมกันโดยรวมได้ หลายวิธีดังนี้ กฎแห่งกรรม การที่เราปล่อยชีวิตให้ดำเนินไปตามกฏแห่งกรรมนั้น ถือเป็นการยอมแพ้ชีวิต ในขณะเดียวกันถ้าเราปล่อยให้ชีวิตเผชิญกรรมไปตามยถากรรม โดยไม่สร้างตัวรู้ไว้ป้องกันตัวเลย และถ้าหากกรรมแสดงตัวออกมาอาจจะนำชีวิตเราไปสู่อาญากรรมก็ได้ การยอมรับกรรมโดยที่เราไม่มีตัวรู้มาเป็นตัวช่วยบริหารจัดการ  ซึ่งก็คงเป็นชะตาชีวิตของคนส่วนใหญ่บนโลกใบนี้...

เมตตาต้านครุกรรม

เมื่อเราพัฒนาจิตให้เป็นความรักที่บริสุทธิ์และอยู่ในระดับสูงสุดสู่ความรักระดับอัปปมัญญาพรหมได้แล้ว  จิตระดับนี้จะเป็นสัญญาที่สามารถข้ามภพข้ามชาติได้  จิตเมตตาระดับอัปปมัญญาพรหมนี้จะสามารถน้อมรับคณะเทพทุกชั้น สูงสุดจนได้ถึงระดับมหาเทพให้มาคุ้มครองรักษาเราได้  แต่อาจเกิดมีผลข้างเคียงมากระทบ กล่าวคือมีความเสน่ห์หาจากเทพเทวดาที่ยังอยู่ในกามาวจรภูมิ เข้ามาเจือปนในรักบริสุทธิ์ระดับวิญญาณของเราได้ เนื่องจากยังมีเทพยดาที่ยังไม่สามารถละกิเลส  ตัณหาได้หมด  ดังนั้นจึงอาจมาแฝงจิตดลใจทำให้จิตของเราที่มีเมตตาต่อบุคคลนั้นๆ อาจจะมีจิตที่มีความเสน่ห์หาเข้ามาเจือปนได้  ซึ่งเป็นความรักที่มีเมตตาที่มีความใคร่ปนอยู่ด้วย  และเมื่อมาผสมกับกิเลส ตัณหา กับสัญญากรรมในอดีตภพด้วยแล้ว ก็ยิ่งที่จะมีความเอนเอียงไปในทางที่เกิดความรักผสมความใคร่ได้ง่ายขึ้น  อันจะเป็นเหตุทำให้มหาเทพลงมาได้ไม่เต็มองค์  และยิ่งถ้าเรามีตัววางเฉยหรืออุเบกขาที่ยังไม่มั่นคง ก็จะทำให้แพ้ครุกรรมได้  ทั้งนี้เมตตาที่เรามีต่อบุคคลนั้นๆจะต้องมีความสมดุลกัน ระหว่างตัวฤทธิ์และตัวรู้ไม่แปรจิตไปสู่ความใคร่ในบางวาวะการในเกมกลกรรม จึงจะสามารถมีกำลังต้านความรุนแรงของครุกรรมได้ การหมั่นเจริญเมตตาให้หมั่นฝึกเจริญให้เมตตาออกมาจากจิตวิญญาณ หรือจากวิญญาณแท้ข้างในจะสามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงชีวิตเราให้ดีขึ้นได้ เช่นการแผ่เมตตาปารถนาให้ผู้อยู่พ้นทุกข์หรือได้รับอนิสงส์ผลบุญที่ได้ทำมา หากอธิษฐานให้ดีแผ่เมตตาให้ออกมาจากวิญญาณของเราจริงๆ เรียกออกมาจากจิตวิญญาณ หากผนวกกับบุญเก่าของเราในอดีต กับอันเชิญบารมีของสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาร่วมช่วยกัน ก็จะเกิดเป็นภาวะอัปปมัญญาพรหมอันถือเป็นองค์ฌานระดับหนึ่ง จะสามารถปรับปรุง แก้ไขชะตาชีวิตได้ แม้กระทั่งคำสาบาน ก็จะสามารถปรับเปลี่ยนไปเป็นอธิษฐานได้...

อุเบกขา และ เมตตาปะทะครุกรรม

ในความเป็นจริงในปัจจุบัน คนที่ยังไม่มีความมั่นคงในพรหมวิหาร ๔  เมื่อโดนสิ่งใดมากระทบหรือที่เรียกว่ามีผัสสะ ทั้งในทางบวกหรือทางลบ คนเหล่านั้นส่วนใหญ่ ก็มักจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์เหล่านั้นได้ บ้างก็ปล่อยจิตใจให้ฟูฟ่องดีใจ หรือไม่ก็จิตใจแฟบห่อเหี่ยว หากเราไม่สามารถควบคุมอารมณ์ให้วางเฉยได้ เมื่อมีกรรมมากระทบ หรือปล่อยให้จิตของเราล่องลอยไปตามยถากรรม ย่อมไม่เป็นผลดีกับเราทั้งสิ้น ทั้งกับสิ่งที่อยู่ในสามัญวิสัย และเหนือสามัญวิสัย เพราะฉะนั้นการควบคุมอารมณ์ให้ได้และ การรู้เท่าทันจิต ด้วยสติที่ต้องมีอุเบกขานั้น ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการต้านกรรม โดยเฉพาะกรรมหนัก เช่นครุกรรม ขณะเดียวกัน การทำจิตให้อยู่ในอุเบกขา ถือเป็นด่านแรกของจิตใจเราในขั้นตอนการรับรู้  หากจิตฟู หรือ แฟบ ใจเราย่อมไม่มีทางสงบ เรียกว่าจิตร้อนจึงเป็นสุขได้ยาก ดังนั้นพรหมวิหาร๔  จึงถือได้ว่าเป็นปราการสำคัญในการต้านกรรม              อุเบกขา คือ  การที่เรามีความรู้แจ้งแทงตลอด เข้าใจในเรื่องกฎแห่งกรรม...

ความกตัญญูปรับปรุงแก้ไขชะตากรรม และอาถรรพ์ในชีวิต

เนื่องจากความตัญญูกตเวที จะทำให้จิตใจผู้นั้นจดจ่อในลักษณะจิตที่สูง เกิดเป็นสมาธิ และเกิดเป็นอำนาจจิตจากกุศลกรรม จิตจะถูกน้อมนำเข้าสู่จิตตานุภาพตามธรรมชาติ และน้อมรับมหาเทพโดยอัตโนมัติ  ดังนั้นเราจึงควรฝึกจิตของเราจนเป็นนิสัย ทั้งกาย วาจา  ใจ ปฏิบัติตนในการกระทำทุกสิ่งให้ออกมาจากใจจริง ไหลออกมาเอง ทั้งความจงรักภักดิ์ดี  ความจริงใจ  ความเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ และทุกสรรพสิ่งบนโลกนี้  โดยเฉพาะความกตัญญู ต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และมีจิตสำนึกสาธารณะจะเป็นฐานสำคัญในการนำพาชีวิตผ่านพ้นภัยและจะช่วยแก้อาถรรพ์ชีวิตได้  ในขณะเดียวกัน เราก็ควรตรวจสอบสัญญากรรม จากสัญญาณเตือน หรือ ด้วยองค์ฌาน องค์ญาณที่เราปฏิบัติได้  แต่ถ้าหากเราไม่ทำตามเพราะไม่รู้ หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์  ก็เท่ากับเราอกตัญญูต่อสัญญากรรม  ถ้าหากเราต้องการจะเข้าถึงความกตัญญู เราก็คงต้องหาเยื่อของเก่า เพื่อเสริมใยใหม่  เสริมความรู้ที่ได้นั้น...